หน้าแรก ติดต่อเรา

สาส์นจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2559 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ท้าทายอีกปีหนึ่งสำหรับ KBS โดยบริษัทต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท

เช่น เศรษฐกิจในประเทศที่ค่อนข้างซบเซา ทำให้การบริโภคลดลง ราคานํ้ามันที่ค่อนข้างผันผวนส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัท อีกทั้งสภาพดินฟ้าอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้งซึ่งกระทบต่อปริมาณผลผลิตอ้อยในหลายพื้นที่ รวมถึงค่าเงินเรียวบราซิล ที่ผันผวนในปีที่ผ่านมา จึงทำให้ระดับราคานํ้าตาล NY#11 ในปี 2559 ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนอยู่ในช่วง 12.5 -24.1 เซนต์/ ปอนด์

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหลักที่ส่งผลทางตรงต่อผลการดำเนินงานของบริษัท คือเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559 มีการเกิดอุบัติเหตุท่อเมนไอนํ้าของบริษัทย่อยแตกเสียหาย มีผลทำให้หม้อไอนํ้าและอุปกรณ์ส่วนประกอบเสียหายบางส่วนทำให้บริษัทย่อยไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เป็นระยะเวลา 6 เดือนจึงเป็นผลทำให้ผลการดำเนินงานรวมในปี 2559 ของบริษัท มีผลขาดทุนสุทธิรวม 355 ล้านบาท อย่างไรก็ดีการประกอบธุรกิจของบริษัทน่าจะดีขึ้นในปี 2560 เนื่องจากได้มีการซ่อมแซมท่อเมนไอนํ้าเป็นที่เรียบร้อยและสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้า ได้เป็นปกติตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2559 และบริษัทคาดว่าจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนบางส่วนจากบริษัทประกันในปี 2560 อีกทั้งราคานํ้าตาลในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย

โครงการต่างๆ ที่มีการประกาศตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทในปีที่ผ่านมานั้น ดำเนินการเป็นไปในทางที่ดีโดยโครงการสายการผลิตใหม่ขนาดกำลังการผลิต 12,000 ตันอ้อยต่อวัน หรือ โครงการราง C ส่งผลทำให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ตันอ้อยต่อวัน อีกทั้งโครงการราง C สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการหีบสกัดนํ้าอ้อยอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากโครงการราง C ใช้เทคโนโลยี ดิฟฟิวเซอร์ (Diffuser) นอกจากนี้ยังสามารถลดระยะเวลาที่ชาวไร่อ้อยต้องรอระหว่างนำอ้อยเข้าสู่กระบวนการผลิต (การติดคิว) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าการที่ชาวไร่อ้อยใช้เวลาในการคอยคิวน้อยลงจะเป็นการส่งผลให้ชาวไร่อ้อยขยายพื้นที่ปลูกอ้อย และสามารถดึงดูดชาวไร่อ้อยที่อยู่นอกเขตการผลิตเข้ามาส่งอ้อยให้กับ บริษัทมากขึ้น ในส่วนของโครงการโรงงานแห่งใหม่ในเขตอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมานั้นอยู่ในระหว่างการดำเนินงาน

อีกทั้งโครงการไซโลลดความชื้นนํ้าตาลและอาคารบรรจุใหม่ (Conditioning Silo & Packing Station) ซึ่งแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา โครงการนี้สามารถลดต้นทุนจากการ Repack และการรักษาคุณภาพนํ้าตาลให้อยู่ในระดับที่ดีก่อนการบรรจุ ซึ่งลดการปฏิเสธการรับนํ้าตาลจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของการส่งเสริมการขายและการตลาด ปัจจุบันบริษัทมีสินค้า ภายใต้ตราสินค้า KBS จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ นํ้าตาลทรายขาวบริสุทธิ์ “KBS First” นํ้าตาลทรายธรรมชาติ “KBS Brown” และนํ้าตาลหวาน 2 เท่า “KBS 2X Double Sweet” โดยบริษัทใช้กลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆเพื่อสร้างตราสินค้า “KBS” ให้เป็นที่จดจำของตลาด อีกทั้งบริษัทยังดำเนินกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้าง Brand Value สำหรับสร้างโอกาสในการแข่งขันและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า โดย มีเป้าหมายเพื่อสร้าง Brand Loyalty ที่ยั่งยืนในอนาคต ในส่วนของกลยุทธ์ทางการตลาดของ “KBS 2X Double Sweet” นั้น จะเน้นไปที่ลูกค้า SME เป็นหลัก โดยบริษัทได้มีการจัดกิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน และให้ความรู้เพื่อลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งยังมีการจับมือทางธุรกิจกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจอื่น อย่างแพร่หลายอีกด้วย

ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร หรือ CSR กลุ่มบริษัทยังคงดำเนินโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนให้พนักงานและชุมชนบริเวณรอบโรงงานมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผ่านโครงการต่างๆของบริษัท เช่น โครงการ “คนดี คนเก่ง KBS KPP” เป็นการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆในบริเวณใกล้เคียงโรงงานโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ โครงการโรงงานสีขาว การจัดตั้งชมรม To be number one และโครงการ SmileLibrary “มอบหนังสือ มอบความรู้สู่โรงเรียน” เป็นต้น

สุดท้ายนี้ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการบริษัท ขอแสดงความขอบคุณ ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า พนักงานผู้บริหารทุกท่านของบริษัท และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงสถาบันการเงิน กลุ่มบริษัท KBSจะมุ่งมั่นทุ่มเทในการดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม โปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้กลุ่มบริษัท KBS เติบโตอย่างยั่งยืนและพร้อมรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมเพื่อก้าวเป็นองค์กรชั้นนำในธุรกิจอ้อย นํ้าตาล และชีวพลังงานในอนาคตต่อไป

นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ

ประธานกรรมการ

นายถกล ถวิลเติมทรัพย์

ประธานกรรมการบริหาร