หน้าแรก ติดต่อเรา

สาส์นจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน

ปี 2557 ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS) ใด้มีการพัฒนาโครงการที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของบริษัท 2 โครงการด้วยกัน

ปี 2557 เป็นอีกปีที่ กลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน)(“บริษัท”) เดินหน้าพัฒนา ขยายการลงทุนตามแนวกลยุทธ์หลักของบริษัท ที่มุ่งมั่นจะเป็นองค์กรชั้นนำในธุรกิจอ้อย น้ำตาลและชีวพลังงาน โดยคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ อนุมัติให้มีการดำเนินโครงการใหญ่ 2 โครงการ ซึ่งมีงบลงทุนรวมกว่า 4,300 ล้านบาท โครงการแรกคือ โครงการขยายกำลังผลิต 12,000 ตันอ้อยต่อวัน มีงบลงทุนประมาณ 3,100 ล้านบาท และโครงการที่สอง คือ โครงการสร้างโรงงานผลิต เอทานอลขนาด 200,000 ลิตรต่อวัน มีงบลงทุนประมาณ 1,200 ล้านบาท นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2558 โรงไฟฟ้าขนาด 35 เมกะวัตต์ โรงใหม่ได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยตามสัญญาชนิด Firm ขนาด 22 เมกะวัตต์แล้ว โครงการขนาดใหญ่ทั้งหมดนี้เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะเป็นการยกระดับฐานการผลิตของโรงงานน้ำตาลครบุรีในปัจจุบันให้เป็น Sugar Energy Complex ซึ่งมีความสมบูรณ์และทันสมัย มีประสิทธิภาพและศักยภาพ การแข่งขันเทียบเท่าโรงงานน้ำตาลขนาดใหญ่ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

นอกจากนี้ในช่วงปลายปี 2557 กลุ่มบริษัทยังได้เปิดตัวสินค้าในแบรนด์ KBS จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ KBS First, น้ำตาลทรายธรรมชาติ KBS Brownและน้ำตาลหวาน 2 เท่า KBS2X Double Sweet ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ประกอบการ SME และกลุ่มคนรุ่นใหม่ กิจกรรมทางการตลาดนี้เป็นการดำเนินตามนโยบายของฝ่ายบริหาร ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้แก่ผลิตภัณฑ์ของบริษัท และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคตอีกด้วย

จะเห็นได้ว่ากลุ่มบริษัทได้ดำ เนินการตามแผนกลยุทธ์หลักที่ต้องการพัฒนาโรงงานน้ำตาลของบริษัทให้เป็นโรงงานสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพ มีการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างครบถ้วนทั้งจากผลิตภัณฑ์น้ำตาลและผลิตภัณฑ์พลอยได้ และต่อยอด สู่ธุรกิจชีวพลังงานที่บริษัทมีข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขัน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระจายความเสี่ยงจากเดิมซึ่งบริษัทต้องมีผลกำไรจากการขายน้ำตาลและกากน้ำตาลเท่านั้น จะสังเกตได้ว่า ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทในปี 2557 ที่ผ่านมา แสดงรายได้รวม 6,304.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 318.7 ล้านบาทซึ่งลดลงจากปี 2556 ร้อยละ 36.5 โดยมีสาเหตุหลักมาจากระดับราคาน้ำตาลในตลาดโลกลดลงและกลุ่มบริษัทยังมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจชีวพลังงานน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัท สามารถสร้าง Sugar Energy Complex ได้เสร็จสมบูรณ์ รวมทั้งพัฒนาแบรนด์ KBS จนแข็งแกร่งแล้ว ผลประกอบการของบริษัทจะมีภูมิต้านทานจากความผันผวนของราคาน้ำตาลได้ดี กว่าปัจจุบัน

ในด้านกิจกรรมทางสังคมหรือ CSR กลุ่มบริษัท ยังคงดำเนินการโครงการมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคม (Corporate Social Responsibility,Department of Industrial Work : CSR-DIW) อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทมีโครงการที่จัดให้แก่กลุ่มพนักงานและชุมชนในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโรงงาน อาทิเช่น โครงการวิทยาลัยในโรงงานเพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่และส่งเสริมการพัฒนาพนักงานให้ได้รับโอกาสในการศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) โครงการน้ำดื่มสะอาดเพื่อชุมชน โครงการคนดี คนเก่ง KBS ซึ่งยังคงดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมใหม่ๆ อาทิเช่น การจัดตั้งชมรม To be number oneที่ให้ความสำคัญในเรื่องการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กิจกรรม “วันอ้อยหวาน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อการแลกเปลี่ยน ข้อมูล ความรู้ สถานการณ์และข่าวสารเกี่ยวกับอ้อย และน้ำตาลและโครงการสนับสนุนการขุดลอกคลองจระเข้หิน วัชพืชต่างๆรวมถึงตะกอนดินภายในคลองจระเข้หิน ซึ่งขัดขวางเส้นทางการไหลของน้ำในคลอง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมไร่นาของเกษตรกร อีกด้วย

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมขอแสดงความขอบคุณเพื่อนพนักงานและผู้บริหารทุกท่านของบริษัทที่ร่วมกันทำงานอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อผลักดัน KBS ให้เกิดการพัฒนา เป็นองค์กรที่ดีและมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในอุตสาหกรรมอาหารและพลังงานได้ดีขึ้นมาโดยตลอด และขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนกลุ่มบริษัทตลอดขวบปีที่ผ่านมา ทีมงาน KBS ทุกท่านจะยังคงร่วมกันทำงานโดยใช้ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้องค์กร และเตรียมพร้อมรับการแข่งขันในอุตสาหกรรม จากการเริ่มต้นของเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) และเพื่อก้าวเป็นองค์กรชั้นนำในธุรกิจอ้อยน้ำตาลและชีวพลังงานต่อไป

นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ

ประธานกรรมการ