หน้าแรก ติดต่อเรา

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัทมีความเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อบริษัทในการเพิ่มมูลค่าเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัท และนำไปสู่ความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จะแสดงให้เห็นถึงการมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

  1. 1. สิทธิของผู้ถือหุ้น

    คณะกรรมการบริษัทตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น และได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดยคำนึงปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น โดยมีแนวนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

    1.1 การเปิดสารสนเทศเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทมีนโยบายให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องที่ต้องตัดสินใจในที่ประชุมผู้ถือห้นุ แก่ผู้ถือห้นุ เป็นการล่วงหน้า อย่างเพียงพอและทันเวลา อย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนดโดยบริษัทอาจพิจารณาแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุมผู้ถือหุ้น ขั้นตอนการออกเสียงลงมติ รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทเป็นการล่วงหน้าก่อนที่จะจัดส่งเอกสาร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาศึกษาข้อมูลประกอบการประชุมล่วงหน้าอย่างเพียงพอก่อนได้รับข้อมูลในรูปแบบเอกสารจากบริษัท

    บริษัทมีนโยบายละเว้นไม่กระทำใดๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสของผู้ถือหุ้น ในการศึกษาสารสนเทศของบริษัทเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทมีหน่วยงานลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) เป็นตัวแทนในการสื่อสาร บริการข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรมต่างๆ ของบริษัทกับสถาบัน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ และประชาชนทั่วไป โดยสามารถดูข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ www.kbs.co.th ภายใต้หัวข้อ ข้อมูลนักลงทุน

    1.2 การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุม และออกเสียงอย่างเต็มที่ในการประชุมผู้ถือหุ้น และจะไม่กระทำใดๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้น เช่น การเข้าประชุมเพื่อออกเสียงลงมติไม่ควรมีวิธีการที่ยุ่งยากหรือมีค่าใช้จ่ายมากเกินไป

    บริษัทมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสในการแสดงความเห็น และตั้งคำ ถามต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวาระที่ประชุม โดยให้ประธานที่ประชุมจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทอาจเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับวาระในการประชุมผู้ถือหุ้นก่อนวันประชุม ตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควร

    บริษัท มีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการทุกคนเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น

  2. 2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

    คณะกรรมการบริษัทตระหนักและให้ความสำคัญถึงหลักการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากความแตกต่างในฐานะอื่นนอกเหนือจากฐานะผู้ถือหุ้น รวมทั้งผู้ถือหุ้นทั้งที่เป็นกรรมการผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นต่างชาติ จะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันและเป็นธรรม

    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดยคำนึงปัจจัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงหลักการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน โดยมีแนวนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

    2.1 การเสนอวาระเพิ่มเติมในการประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ในการเสนอเพิ่มวาระการประชุมล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ การเสนอเพิ่มวาระการประชุมล่วงหน้าและการพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวของผู้ถือหุ้นจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด

    ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เป็นผู้บริหารจะไม่เพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งเป็นการล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะวาระสำคัญที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

    2.2 การเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ

    บริษัทมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ ทั้งนี้การเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการและการพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวของผู้ถือหุ้น จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด

    2.3 การมอบฉันทะในกรณีที่ไม่สามารถมาประชุมผู้ถือหุ้นได้ด้วยตนเอง

    บริษัทมีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้หนังสือมอบฉันทะ รูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงได้และควรเสนอชื่อกรรมการอิสระอย่างนอ้ ย 1 คนเป็นทางเลือกในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทจะดำเนินการจัดการส่งหนังสือมอบฉันทะรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ถือหุ้น พร้อมกับหนังสือเชิญประชุม

    2.4 การใช้บัตรลงคะแนนเสียงในวาระที่สำคัญ

    บริษัทมีนโยบายสนับสนุนให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในวาระที่สำคัญ เช่น การทำรายการเกี่ยวโยงกัน การทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญ เป็นต้น เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ในกรณีมีข้อโต้แย้งในภายหลัง

    2.5 การแต่งตั้งกรรมการเป็นรายคน

    บริษัทมีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการแต่งตั้งกรรมการเป็นรายคน

    2.6 แนวทางในการเก็บรักษาและป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน

    บริษัทมีแนวทางในการเก็บรักษาและป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเป็นลายลักษณ์อักษร และแจ้งแนวทางดังกล่าวให้ทุกคนในองค์กรถือปฏิบัติ และกำหนดให้กรรมการทุกคนและผู้บริหาร ที่มีหน้าที่รายงานการมีส่วนได้เสียตามที่กฎหมายกำหนดให้บริษัททราบ

  3. 3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

    คณะกรรมการบริษัทตระหนักและให้ความสำคัญถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ผู้ถือหุ้น หรือผู้ลงทุน เจ้าหนี้ และชุมชนที่บริษัทตั้งอยู่ สังคม หรือภาครัฐ กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียอื่น ได้แก่ คู่แข่ง และผู้สอบบัญชีอิสระ

    3.1 ผู้ถือหุ้นหรือผู้ลงทุน

    บริษัทให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้น โดยยึดหลักความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น และมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ระมัดระวัง และมุ่งเน้นการเจริญเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ด้วยผลตอบแทนที่ดีเพื่อสร้างความพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นและจัดให้มีมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน เพื่อประโยชน์ส่วนตนของกรรมการหรือผู้บริหาร

    3.2 ลูกค้า

    บริษัทให้ความสำคัญและเอาใจใส่กับลูกค้าด้วยความรับผิดชอบสูงสุด โดยมุ่งมั่นที่จะให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุดทั้งด้านคุณภาพและความคุ้มค่าราคา โดยการควบคุมดูแลสินค้าและบริการให้มีคุณภาพ นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาสินค้ารวมถึงรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับลูกค้า

    3.3 พนักงาน

    พนักงานของบริษัทถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และเป็นหัวใจสำคัญที่เกื้อกูลให้การดำเนินธุรกิจประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย บริษัทมีการจัดระบบค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการที่เป็นธรรมเหมาะสม รวมทั้งสวัสดิการต่างๆ เช่น เครื่องแบบพนักงาน การตรวจสุขภาพประจำปี ห้องพยาบาล ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งพัฒนาเสริมสร้างความรู้ความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และบริษัทยังได้คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัว โดยมีการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่พนักงานและบุตรพนักงาน โครงการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย เป็นต้น และให้ความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยพนักงาน โดยจัดให้มีการซ้อมหนีไฟ จัดให้มีระบบป้องกันภัยกิจกรรมงานความปลอดภัยและ 5 ส

    3.4 เจ้าหนี้

    บริษัทปฏิบัติตามสัญญาและให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ ตามลำดับชั้นของหนี้ตามสัญญาที่ได้กระทำไว้ โดยมีแนวปฏิบัติที่จะรักษาและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด และจ่ายชำระคืนเงินแก่เจ้าหนี้ครบถ้วนตามกำหนดเวลา

    3.5 คู่ค้า

    บริษัทมีการปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเหมาะสม สุจริตโปร่งใส เป็นธรรม และเสมอภาค ปฎิบัติต่อคู่ค้าทุกรายของบริษัทอย่างเป็นธรรม เท่าเทียมกัน

    3.6 สังคมและชุมชน

    บริษัทตระหนักเสมอมาว่า บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ได้อย่างราบรื่นและมั่นคงก็ด้วยการยอมรับสนับสนุนจากสังคมและชุมชน จึงถือเป็นภารกิจสำคัญยิ่งของบริษัท ในการดำเนินธุรกิจด้วยสำนึกของความรับผิดชอบต่อชุมชนสังคมและประเทศชาติเสมอ

    3.7 คู่แข่ง

    บริษัทดำเนินธุรกิจตามกรอบกติกาที่เป็นธรรม โดยไม่มีการกระทำในทางทุจริตอันเป็นผลร้ายต่อกัน และไม่แสวงหาความลับทางการค้าอันมิชอบด้วยกฎหมาย หรือการละเมิดข้อตกลงที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลของคู่แข่ง ไม่ว่าจะได้จากลูกค้าหรือบุคคลอื่น

  4. 4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

    บริษัทมีนโยบายเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ

    4.1 การควบคุมภายในและการทำรายการ/ธุรกรรมที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

    บริษัทมีนโยบายในการป้องกันและขจัดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น โดยกำหนดให้การทำรายการและ / หรือ ธุรกรรมที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    บริษัทจะดำเนินการให้กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทแล้วแต่กรณี ไม่ประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงหรือแข่งขันหรือมีรายการระหว่างกัน ในลักษณะที่มีผลประโยชน์อื่นที่อาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ที่ดีที่สุดกับบริษัทหรือบริษัทย่อยโดยผู้บริหาร และ/หรือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทแล้วแต่กรณี จะต้องรายงานต่อบริษัทหากผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นเข้าไปถือหุ้นบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานคล้ายคลึงกับบริษัทหรือบริษัทย่อย เพื่อให้บริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาว่าการถือหุ้นดังกล่าว ขัดต่อผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัทหรือบริษัทย่อยหรือไม่

    บริษัทยังให้ความสำคัญกับระบบการควบคุมภายในที่ดี และได้จัดให้มีฝ่ายตรวจสอบภายใน เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของแต่ละสายงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดและปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยมีการตรวจสอบเป็นระยะและจัดทำรายงานส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณา

    4.2 การเปิดเผยข้อมูล

    บริษัทเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ที่กำหนดผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่านเว็ปไซด์ www.kbs.co.th ภายใต้หัวข้อข้อมูลนักลงทุน โดยบริษัทจัดให้มีผู้รับผิดชอบคือ นักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสาร บริการข้อมูล ข่าวสารกิจกรรมต่างๆกับบริษัทกับสถาบันผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ และประชาชน หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่หน่วยงาน

    ฝ่ายสำนักกรรมการ บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน)
    หมายเลขโทรศัพท์ (02) 725-4888 ต่อ 4814 หมายเลขโทรสาร (02) 725-4876
    Email: kbs@kbs.co.th

    4.3 การเปิดเผยนโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดี

    บริษัทได้เปิดเผยนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ที่ได้ให้ความเห็นชอบและผลการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น รายงานประจำปี และเว็บไซต์ของบริษัท www.kbs.co.th เป็นต้น

    4.4 รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทต่อรายงานทางการเงิน

    บริษัทจัดให้มีรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน แสดงควบคู่ไปกับรายงานของผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี ซึ่งมีเนื้อหารับรองการปฏิบัติตามหลักการบัญชี และมีการรายงานทางการเงินที่มีข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วนเป็นจริงตามมาตรฐานการบัญชี โดยรายงานดังกล่าวลงนามโดยประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ

    4.5 การเปิดเผยบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย

    โครงสร้างการจัดการของบริษัท ประกอบด้วยคณะกรรมการ 5 ชุด แบ่งเป็นคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหารคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน (แสดงรายละเอียดในหัวข้อการจัดการ) ในปี 2556 กรรมการที่เข้าร่วมประชุมในแต่ละคณะกรรมการ สรุปได้ดังนี้

    การเข้าร่วมประชุม / การประชุมทั้งหมด (ครั้ง)

    รายชื่อกรรมการ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหาร
    1. นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ 6/6 - - - -
    2. นายถกล ถวิลเติมทรัพย์ 5/6 - - - 10/11
    3. นายสมเกียรติ ถวิลเติมทรัพย์ 6/6 - 3/3 - 11/11
    4. นายอิสสระ ถวิลเติมทรัพย์ 6/6 - 3/3 - 10/11
    5. นายทัศน์ วนากรกุล 6/6 - 3/3 - 11/11
    6. นายอำนาจ รำเพยพงศ์ 6/6 - - 1/1 -
    7. นายศรัณย์ สมุทรโคจร 6/6 - 2/3 1/1 -
    8. ดร. ธวัชชัย นาคะตะ 6/6 - - 1/1 -
    9. นางสุวิมล กฤตยาเกียรณ์ 6/6 4/4 - - -
    10. นายประเทือง ศรีรอดบาง 6/6 4/4 - - -
    11. นายวรวิทย์ โรจน์รพีธาดา 6 6/6 4/4 3/3 - -
  5. 5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

    บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการพิจารณาสรรหากรรมการที่มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ มีประสบการณ์ความรู้ความสามารถและมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม และความสำคัญในการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการที่ชัดเจน และดูแลให้บริษัทมีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัท ได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม

    บริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดยคำนึงปัจจัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงความรับผิดชอบของกรรมการโดยมีแนวนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

    5.1 โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท

    1. ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2556 กำหนดจำนวนกรรมการบริษัท 11 ท่าน มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี ทั้งนี้ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับเลือกตั้งใหม่จากที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้
    2. กรรมการบริษัทจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด
    3. คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการอิสระ 5 ท่าน กรรมการอิสระของบริษัทมีคุณสมบัติที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด และมีความเข้มงวดไม่น้อยกว่าคุณสมบัติที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด
      บริษัทมีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและกรรมการผู้จัดการไว้อย่างชัดเจน โดยกำหนดให้ประธานกรรมการไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับกรรมการผู้จัดการ เพื่อเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ในการกำกับดูแลปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารและหน้าที่ในการบริหารการปฏิบัติงานบริษัท
    4. บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงของบริษัท มีหน้าที่รายงานข้อมูลการเป็นกรรมการผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดอื่น การเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือการเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้บริษัททราบตามหลักเกฑณ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด
    5. เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 คณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้แต่งตั้ง นางสาวธนธรณ์ สุขอร่าม ดำรงตำแหน่งเลขานุการบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 89/15 และหลกั การกำกับดูแลกิจการทีดี่ เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบการจัดประชุมคณะกรรมการ และการประชุมผู้ถือหุ้นติดตามประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น ดูแลให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการและผู้บริหารเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ต่างๆที่ต้องปฏิบัติ จัดเก็บรักษาเอกสารสำคัญของบริษัท รวมทั้งดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน (กตท.) กำหนด

    5.2 คณะกรรมการชุดย่อย

    บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย 4 คณะคือ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน โดยได้มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ (แสดงรายละเอียดในหัวข้อโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ) โดยคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทประกอบด้วย กรรมการที่เป็นอิสระและไม่ได้เป็นผู้บริหารจำนวน 3 ท่าน โดย 1 ใน 3 ท่าน คือนางสุวิมล กฤตยาเกียรณ์ เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ที่เพียงพอในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน

    5.3 บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

    บริษัทได้เปิดเผยขอบเขตและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แสดงรายละเอียดในหัวข้อเรื่องโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ)

    5.4 การประชุมคณะกรรมการบริษัท

    1. บริษัทได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการ และได้แจ้งล่วงหน้าให้กรรมการแต่ละท่านทราบ ในปี 2556 มีการประชุมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ในการประชุมแต่ละครั้ง ประธานกรรมการ คณะกรรมการ กรรมการผู้จัดการร่วมกันพิจารณาวาระการประชุมที่สำคัญไว้แล้ว
    2. เลขานุการบริษัทได้จัดส่งเอกสารประกอบการประชุมให้แก่กรรมการล่วงหน้า โดยสรุปย่อตามข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิจารณา ประธานกรรมการได้จัดสรรเวลาไว้อย่างเพียงพอในการประชุมแต่ละครั้ง บางประเด็นที่มีข้อมูลไม่เพียงพอ กรรมการบริษัทสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเลขานุการของบริษัทได้ตลอดเวลา
    3. บริษัทได้จัดให้ฝ่ายจัดการทำรายงานผลการดำเนินงาน เสนอให้คณะกรรมการบริษัททราบโดยสม่ำเสมอ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทสามารถกำกับ ควบคุมและดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการได้อย่างต่อเนื่องและทันการ
    4. ประธานกรรมการบริษัทเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการและพิจารณากำหนดวาระในการประชุม โดยอาจปรึกษาหารือกับกรรมการผู้จัดการ เลขานุการบริษัทหรือที่ปรึกษาของบริษัท โดยกรรมการแต่ละคนมีสิทธิที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทได้
    5. คณะกรรมการบริษัทอาจเชิญผู้บริหาร พนักงาน ที่ปรึกษาของบริษัท เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ เพื่อให้สารสนเทศเพิ่มเติมในเรื่องที่ประชุม
    6. คณะกรรมการบริษทั สามารถเข้าถึงสารสนเทศที่จำเป็น เพิ่มเติมได้จากกรรมการผู้จัดการ หรือเลขานุการบริษทั หรือผู้บริหารอื่นที่ได้รับมอบหมาย
    7. คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร มีโอกาสที่จะประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็นเพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจ โดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วยและควรแจ้งให้กรรมการผู้จัดการทราบถึงผลการประชุมด้วย

    5.5 การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัท

    1. กรรมการบริษัทควรมีการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองเป็นประจำ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทร่วมกันพิจารณาผลงานและปัญหา เพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไป โดยมีการกำหนดบรรทัดฐานที่จะใช้เปรียบเทียบกับผลปฏิบัติงานอย่างมีหลักเกณฑ์
    2. คณะกรรมการบริษัทควรมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทโดยรวม และ/หรือ เฉพาะในบางเรื่องซึ่งไม่ได้มุ่งที่กรรมการผู้ใดผู้หนึ่งเป็นรายบุคคล
  6. 6. สำนักตรวจสอบภายใน

    บริษัทตระหนักดีว่าการตรวจสอบที่ดีจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของบริษัทฯ สูงขึ้น ดังนั้น เพื่อให้การทำงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ จึงได้จัดตั้งสำนักตรวจสอบภายในขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ซึ่งขอบเขตอำนาจหน้าที่ของสำนักตรวจสอบภายใน มีดังต่อไปนี้

    1. จัดทำแผนการตรวจสอบประจำปี ซึ่งแสดงถึงเป้าหมายที่ให้น้ำหนัก และความสำคัญในการตรวจสอบ
    2. ดูแล จัดทำแผนการดำเนินการตรวจสอบ โดยให้สอดคล้องตามแผนการตรวจสอบประจำปี
    3. ดูแล และดำเนินการตรวจสอบตามแผนดำเนินการตรวจสอบ
    4. ประชุม ให้ข้อเสนอแนะ คำปรึกษา แลกเปลี่ยนความเห็นตามผลการตรวจสอบ กับหน่วยผู้ถูกตรวจสอบ
    5. ดูแลจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ
    6. ดูแลและติดตามผลการดำเนินการปรับปรุง แก้ไข ตามคำแนะนำ และข้อเสนอแนะ
    7. ดูแลการจัดเก็บหรือทำลายเอกสารข้อมูลการตรวจสอบ ตามระเบียบวิธีปฎิบัติการตรวจสอบภายใน
    8. ดูแลรักษาทรัพย์สินขององค์กรไม่ให้เกิดความเสียหาย

    ในปัจจุบัน บริษัทมีผู้จัดการสำนักตรวจสอบภายใน และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในจำนวน 4 ท่าน เจ้าหน้าที่ในสำนักตรวจสอบภายในนั้น ประกอบด้วย ผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านการตรวจสอบภายใน