หน้าแรก ติดต่อเรา

แจ้งเรื่องร้องเรียน

นโยบายการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับบริษัทฯ และจรรยาบรรณบริษัทฯ (Whistleblower Policy)

นโยบายในการรายงานเบาะแส

บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) ได้กำหนดนโยบายในการรายงานเบาะแส ซึ่งเป็นมาตรการในการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่กรรมการ พนักงาน และบุคคลอื่นๆ ในการแจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ เพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงอย่างมีประสิทธิภาพ

เบาะแสที่ควรรายงาน

  1. การกระทำที่ทุจริตคอร์รัปชั่น และ/หรือ ฉ้อโกง
  2. การใช้อำนาจในทางไม่ชอบ
  3. การใช้เงิน ทรัพย์สิน และ/หรือ สิ่งอำนวยความสะดวกของบริษัทฯ โดยไม่ได้รับการอนุมัติ
  4. มีความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และ/หรือ ตำแหน่งโอกาสทางธุรกิจ
  5. การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และ/หรือ จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  6. มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองและการกระทำที่เป็นอันตราย และ/หรือผิดกฎหมายอื่นๆ
  7. การละเลย และ/หรือ การทุจริตคอร์รัปชั่นต่อหน้าที่
  8. การกระทำที่ผิดกฎหมาย
  9. การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต
  10. การกระทำที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สิน สิ่งอำนวยความสะดวกและ/หรือต่อพนักงานของบริษัทฯ
  11. การกระทำที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ
  12. การปกปิดข้อมูลดังกล่าวข้างต้น
  13. การกระทำที่ข่มขู่ คุกคาม แก่คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทฯ

เบาะแสที่ไม่ควรรายงาน

  1. ข้อมูลที่เป็นเท็จและไม่มีเหตุอันเป็นสมควร
  2. ข้อมูลที่เป็นการใส่ร้ายป้ายสี
  3. ข้อมูลที่ไม่มีหลักเกณฑ์และหลักฐานเพียงพอ

แนวทางในการรายงานเบาะแส

  1. ประเภทของการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือการกระทำที่ผิดปกติ
  2. ชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  3. เวลา สถานที่ และวันที่ของการทุจริตคอร์รัปชั่น
  4. วิธีการที่กระทำการทุจริตคอร์รัปชั่น
  5. ผู้ที่เป็นพยานในการทุจริตคอร์รัปชั่น
  6. เอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ผู้มีสิทธิร้องเรียน

  1. พนักงาน และ/หรือ ผู้ที่พบเห็นการกระทำที่ฝ่าฝืน กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท หรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  2. พนักงานที่ถูกกลั่นแกล้ง ข่มขู่ ถูกลงโทษทางวินัย เช่น ลดขั้นเงินเดือน ถูกพักงาน ให้ออกจากงาน หรือถูกเลือกปฏิบัติด้วยวิธีการอันไม่ชอบที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพการจ้างงาน อันเนื่องมาจากการที่ตนได้ร้องเรียน ให้ข้อมูล หรือจะให้ข้อมูลช่วยเหลือในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน หรือรวบรวมข้อเท็จจริงให้แก่ผู้รับข้อร้องเรียน รวมไปถึงการฟ้องร้องดำเนินคดี การเป็นพยาน การให้ถ้อยคำ หรือการให้ความร่วมมือใดๆ ต่อศาลหรือหน่วยงานของรัฐ

ช่องทางแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

คณะกรรมการบริษัทเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถติดต่อสื่อสารกับคณะกรรมการบริษัท และจะคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียที่แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนประเด็นต่างๆ โดยมีข่องทางการติดต่อสื่อสารโดยผ่านกรรมการตรวจสอบของบริษัทเพื่อดำเนินตามกระบวนการที่บริษัทกำหนดและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป ทั้งนี้ช่องทางติดต่อมีดังนี้

  1. ทางไปรษณีย์ โดยส่งมาที่ :-

    ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
    บริษัทน้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน)
    ตู้ ปณ. 419 พระโขนง กรุงเทพฯ
  2. ทางอีเมล์ โดยส่งมาที่ประธานกรรมการตรวจสอบที่ anticorruption.kbs@gmail.com

ในกรณีที่ผู้ร้องเรียนเลือกที่จะไม่เปิดเผยชื่อ ต้องระบุรายละเอียดข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่า มีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับของบริษัทฯ หรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

ทั้งนี้ การร้องเรียนจะถือเป็นความลับที่สุด และผู้ร้องเรียนสามารถร้องเรียนได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนผู้ร้องเรียน กรณีผู้ร้องเรียนเปิดเผยตนเองจะทำให้บริษัทฯ สามารถแจ้งผลดำเนินการหรือรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องที่ร้องเรียนให้ทราบได้

ขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง

  1. ผู้รับข้อร้องเรียนจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการรับและพิจารณาข้อร้องเรียนเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ และรวบรวมข้อเท็จจริง หรืออาจมอบหมายให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ไว้วางใจเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
  2. คณะกรรมการรับและพิจารณาข้อร้องเรียน และ/หรือ ผู้ได้รับมอบหมายมีอำนาจเชิญให้พนักงานผู้ใดผู้หนึ่งมาให้ข้อมูล หรือขอให้จัดส่งเอกสารใดๆ ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง
  3. หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำตามที่มีการร้องเรียนจริง บริษัทฯ จะดำเนินการดังต่อไปนี้
    1. ในกรณีที่ข้อร้องเรียนเป็นเรื่องที่บริษัทฯ กระทำผิดกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือจรรยาบรรณของบริษัทฯ จะเสนอเรื่องพร้อมความเห็น และกำหนดแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อผู้มีอำนาจดำเนินการในบริษัทฯ พิจารณาดำเนินการ และในกรณีที่เป็นเรื่องสำคัญ เช่น เป็นเรื่องที่กระทบต่อชื่อเสียงภาพลักษณ์หรือฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ขัดแย้งกับนโยบายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ หรือเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูง เป็นต้น ให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการตรวจสอบ หรือคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา
    2. ในกรณีที่ข้อร้องเรียนก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใดผู้หนึ่ง จะเสนอวิธีการบรรเทาความเสียหายที่เหมาะสมและเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย

การปกป้องคุ้มครองผู้ที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแส

  1. ผู้ร้องเรียนสามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตนเองได้หากเห็นว่าการเปิดเผยอาจทำให้เกิดความเสียหายกับตนเอง แต่ต้องระบุรายละเอียดข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัทฯ หรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเลือกที่จะเปิดเผยตนเอง ก็จะทำให้ผู้รับข้อร้องเรียนสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  2. ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ ถือเป็นความลับ และจะเปิดเผยเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความเสียหายของผู้รายงาน แหล่งที่มาของข้อมูล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ผู้รับผิดชอบในทุกขั้นตอนจะต้องเก็บรักษาข้อมูลที่ได้รับรู้ไว้ในขั้นความลับสูงสุด และไม่เปิดเผยต่อบุคคลอื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำผิดวินัย
  3. กรณีที่ผู้ร้องเรียนเห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิดความเดือดร้อนเสียหาย ผู้ร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทฯ กำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมก็ได้ หรือบริษัทฯ อาจกำหนดมาตรการคุ้มครองโดยผู้ร้องเรียนไม่ต้องร้องขอก็ได้ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย
  4. พนักงานที่ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นด้วยวิธีการที่ไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นนั้น อันมีเหตุจูงใจมาจากการที่บุคคลอื่นนั้นได้ร้องเรียน ได้แจ้งข้อมูลร้องเรียน หรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมไปถึงการที่บุคคลอื่นนั้นฟ้องร้องดำเนินคดี เป็นพยานให้ถ้อยคำ หรือให้ความร่วมมือใดๆ ต่อศาลหรือหน่วยงานของรัฐ ถือเป็นการกระทำความผิดทางวินัยที่ต้องได้รับโทษ ทั้งนี้ อาจได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หากการกระทำนั้นถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย
  5. ผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยวิธีการหรือกระบวนการที่มีความเหมาะสม และเป็นธรรม
  6. ผู้ใดที่กระทำการตอบโต้หรือคุกคามผู้ให้เบาะแสจะถูกดำเนินการอย่างเหมาะสม รวมทั้งถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป

นายทัศน์ วนาวรกุล

กรรมการผู้จัดการ